หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


Create your own web pages in minutes...
หน้าหลัก
ประกาศรับสมัครครูเอกชน
สวัสดิการครูเอกชน
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวัสดิการของครูโรงเรียนเอกชน
      
    ครูโรงเรียนเอกชนที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นครู หรือ บุคลากรทางการศึกษา ตามระเบียบว่าด้วยการกำหนดจำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. 2551 และ ฉบับที่ 2
พ.ศ.2551 นั้น ครูและบุคลากรจะต้องส่งเงินสมทบจำนวน 3 % ของเงินเดือน เข้ากองทุนสงเคราะห์ 
โดยเมื่อส่งเงินเข้ากองทุน เป็นระยะเวลา  60 วันแล้ว จะมีสิทธิได้รับสวัสดิการ ดังนี้
1. สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล
    สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลนี้ จะเป็นสิทธิเฉพาะตัวเท่านั้น ไม่รวมถึงคนในครอบครัว โดยกองทุนสงเคราะห์ฯ มีกำหนดให้ค่ารักษาในวงเงิน 100,000 บาท/คน/ปี (ปฏิทิน) หากเกินกว่านั้น ต้องจ่ายเพิ่มเอง
    สำหรับวิธีรับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลนั้น  
    -  กรณีคนใข้นอก  เบิกได้เฉพาะสถานพยาบาลของรัฐบาลเท่านั้น โดยนำใบเสร็จรับเงิน พร้อมคำร้องและเอกสารประกอบ จำนวน 1 ชุด ขอรับเงินค่ารักษาพยาบาลได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ที่สังกัด
                             ทั้งนี้ต้องนำใบเสร็จรับเงินมาขอเบิกภายใน 1 ปี นับถัดจากวันที่ปรากฎในใบเสร็จรับเงิน
    -  กรณีคนไข้ใน   หากเป็นโรงพยาบาลของรัฐบาล สามารถยื่นคำร้องของหนังสือรับรองสิทธิค่ารักษาพยาบาลได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ที่สังกัด หรือนำใบเสร็จมาเบิกได้
                           หากเป็นโรงพยาบาลของเอกชน  ต้องเป็นกรณีอุบัติเหตุ และมีความจำเป็นเร่งด่วนทีหากไม่ได้รับการรักษาทันทีอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้                                
                           โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุความจำเป็นเร่งด่วนด้วย ทั้งนี้ค่ารักษาพยาบาลนั้น เบิกได้เพียงกึ่งหนึ่ง แต่ไม่เกิน 3,000 บาท ค่าห้องและค่าอาหารเบิกได้ตามอัตราของโรงพยาบาลรัฐบาล
                           คือ วันละ 600 บาท และไม่เกิน 13 วัน
2. สวัสดิการค่าเล่าเรียนบุตร
    สวัสดิการค่าเล่าเรียนบุตร นั้น บุตรที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการคือ บุตรลำดับที่ 1 - 3    และ อายุ 3 ปีบริบูรณ์นับถึงวันเปิดภาคเรียน (16 พฤษภาคม) จนถึงอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ (1 พฤษภาคม) โดยมีสิทธิเบิกค่าเล่าเรียนได้ดังนี้
    - ในสถานศึกษาของรัฐบาล      เบิกค่าเล่าเรียนได้เต็มจำนวนที่จ่ายจริงและไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด         
                                              ในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่าอนุปริญญาหรือเทียบเท่าและหลักสูตรนั้นแยกต่างหากจากหลักสูตรปริญญาตรีี   
    - ในสถานศึกษาของเอกชน      เบิกค่าเล่าเรียนได้เต็มจำนวนที่จ่ายจริงและไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด
                                              ในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
                                              สำหรับหลักสูตรที่สูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าแต่ไม่สูงกว่าระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่าและหลักสูตรนั้นแยกต่างหากจากหลักสูตรปริญญาตรี
                                              ให้เบิกค่าเล่าเรียนได้ตามประเภทและอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด

                นอกเหนือจากสวัสดิการดังกล่าวข้างต้นแล้ว เงินสมทบ 3 % นั้น เป็นการสะสมเงินโดยที่เมื่อครูและบุคลากรทางการศึกษาลาออกหรือพ้นสภาพความเป็นครู กองทุนสงคราะห์ได้จัดเงินให้ครูไว้ยังชีพเรียกกว่า เงินทุนเลี้ยงชีพ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
    1. เงินทนเลี้ยงชีพประเภท 1 หมายถึง เงิน 3 % ของผู้ส่งเงินสมทบพร้อมดอกเบี้ย ครูจะได้รับเงินส่วนนี้คืนเมื่อลาออกหรือพ้นสภาพความเป็นครู
    2. เงินทุนเลี้ยงชีพประเภท 2 หมายถึง เงิน 3% ของผู้ส่งเิงินสมทบ  เงิน 3% ของผู้รับใบอนุญาต และอีก 6 % ของรัฐ (รวมทั้งสิ้น 12%) ครูจะมีสิทธิได้รับงินประเภทนี้ เมื่อเป็นไปตามกรณีดังนี้
         ก) อายุงานครบ 5 ปี (ส่งเงินครบ 60 งวด) สำหรับครูที่บรรจุก่อน พรบ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 ประกาศใช้ และ 10 ปี (120 งวด) สำหรับครูที่บรรจุหลังจากที่ พรบ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550
             ประกาศใช้
         ข) กรณีถึงแก่ความตาย
         ค) กรณีทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบาชีพครูต่อไปได้และแพทย์ทางราชการรับรอง
         ง) กรณีโรงเรียนเลิกกิจการ
         จ) ยุบชั้นเรียนทีละระดับ

หน้าหลัก       เกี่ยวกับเรา       โรงเรียนในสังกัด       ดาวน์โหลด        ข้อมูลสถิติ
     กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1
50  ถนนอิสาณ  อำเภอเมืองบุรีรัมย์  จังหวัดบุรีรัมย์  31000  โทร. 0 4461 2001  โทรสาร 0 4462 0277
                                   ติดต่อ E-mail : ornorn13@hotmail.com
สช.
สพฐ.
สพป.บร. 1
สมศ.